TMI อวดปี 66 ฟันรายได้ขายไฟฟ้าพุ่ง 76.63%บอร์ดเคาะปันผล 0.03 บาท/หุ้น

TMI อวดธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซสุดแจ่ม! ฟันรายได้จากการขายไฟฟ้าโตเด่น 76.63% หนุนรายได้พุ่ง 582 ล้านบาท บอร์ดใจป้ำจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.03 บาท พร้อมกางแผนปี 67 ตั้งเป้ารายได้โต 20% รับแรงหนุนธุรกิจหลักฮอตต่อเนื่อง แถม รับรู้โรงไฟฟ้าเต็มปีเป็นครั้งแรก จับตาปิดดีลขายคาร์บอนเครดิต หนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน

นายธีระชัย ประสิทธิ์รัตนพร ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ธีระมงคล อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TMI เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทฯในปี 2566 มีรายได้จากการขายรวมเท่ากับ 582.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.70% เมื่อเปรียบเทียบกับรายได้จากการขายรวมของปี 2565 อยู่ที่ 566.78 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากรายได้จากการขายรวมเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีรายได้จากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 76.63%
ทั้งนี้ ในปี 2566 บริษัทมีรายได้อื่นที่ระดับ 5.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 157.95% เมื่อเปรียบเทียบกับรายได้อื่นของปี 2565 อยู่ที่ระดับ 2.09 ล้านบาท เนื่องจากกำไรจากสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ดี ต้นทุนขายรวมในปี 2566 อยู่ที่ 386.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.96% เมื่อเปรียบเทียบกับต้นทุนขายรวมของปี 2565 อยู่ที่ 379.47 ล้านบาท โดยต้นทุนขายรวมเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนการขายไฟฟ้า เพิ่มขึ้น 72.99% ส่งผลให้ปี 2566 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 27.06 ล้านบาท
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติการจ่ายปันผลประจำปี 2566 จากกำไรสุทธิ โดยเสนอการจ่ายปันผลเป็นเงินสดในอัตรา 0.03 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็นจำนวนเงินปันผลรวมเท่ากับ 20,143,226.70 บาท ซึ่งกำหนดให้วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 7 มี.ค. 2567 และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 8 พ.ค. 2567
นายธีระชัย กล่าวถึงแผนการดำเนินงานปี 2567 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 20% ซึ่งจะได้รับแรงสนับสนุนจาก 2 ธุรกิจหลักที่จะช่วยผลักดันการเติบโต อาทิ ธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ส่องสว่าง ที่มีอัตราการเติบโตโดดเด่น ตามปัจจัยบวกอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจประเทศ รวมถึงการเข้ายื่นประมูลงานจากโครงการภาครัฐและภาคเอกชน
ขณะเดียวกันบริษัทฯยังได้รับแรงสนับสนุนจากธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพ 3 แห่ง รวมกำลังการผลิต 5.4 เมกะวัตต์ โดยเฉพาะการรับรู้รายได้เต็มปีเป็นครั้งแรก จากการขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าชีวภาพจังหวัดสุพรรณบุรี รวมถึงการลงทุนในธุรกิจขายคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) กว่า 91,000 ตันต่อปี ซึ่งนับเป็น New S-curve ธุรกิจพลังงานสีเขียว หนึ่งในเมกะเทรนด์ที่จะมาเปลี่ยนโฉมโลกธุรกิจ ช่วยดันรายได้ปี 2567 เป็นไปตามแผน