Joom!Fish config error: Default language is inactive!
 
Please check configuration, try to use first active language

TMIบุกตลาดอินโด-อินเดียหนุนรายได้ทั้งปีพุ่งกระฉูด
Print

TMI บุกตลาดอินโด-อินเดีย หนุนรายได้ทั้งปีพุ่งกระฉูด

ธีระมงคล เดินสายเจาะตลาดต่างแดนบุกอินโด-อินเดีย-ปากีสถาน ปลายเดือนนี้ หลังได้รับอานิสงส์อาฟต้า คาดกวาดออเดอร์เบื้องต้น 4 ล้านบาท ชี้เป็นประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง มีงานก่อสร้างถนนมหาศาล มั่นใจขยับสัดส่วนทั้งในและต่างประเทศโต 15-20% เร่งติดเครื่องดันกำลังการผลิตทัดเทียมคู่แข่งในตลาดโลก หวังลดต้นทุนลง ส่วนรายได้ทั้งปีคาดอยู่ที่ 17-20%

นายธีระศักดิ์ ประสิทธิ์รัตนพร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ธีระมงคล อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) TMI เปิดเผยว่า ช่วงปลายเดือนนี้บริษัทจะเข้าไปเจรจากับลูกค้าในประเทศอินโดนีเซียเพิ่ม ซึ่งเป็นการเปิดตลาดใหม่ โดยบริษัทจะได้รับผลประโยชน์จากการเปิดเขตการค้าเสรีในภูมิภาคอาเซียน (AFTA) ขณะที่ในเบื้องต้นคาดว่าจะได้รับคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) เข้ามาประมาณ 3-4 ล้านบาทในปีนี้

ปลายปีนี้เราเตรียมที่จะเข้าไปที่อินโดนีเซียซึ่งเค้ามีค่าไฟเท่ากับประเทศเราน่าจะสามารถเข้ากันได้ และการเปิดอาฟต้าก็เป็นประโยชน์ต่อเรามาก ซึ่งเรามองว่าตลาดอินโดเป็นตลาดใหญ่ การเข้าไปครั้งนี้ถือเป็นการเปิดตลาดใหม่คาดว่าออเดอร์ในเบื้องต้นในปีนี้จะได้ประมาณ 2 ตู้คอนเทนเนอร์ซึ่งจะอยู่ที่ประมาณ 3-4 ล้านบาท นายธีระศักดิ์กล่าว

นอกจากนี้ในช่วงปลายปีบริษัทจะเดินทางไปร่วมออกงานแสดงสินค้าที่ประเทศอินเดีย ประมาณเดือนกันยายนนี้ ซึ่งมองว่าประเทศในแถบเอเชียใต้เป็นตลาดที่มีความน่าสนใจ และมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง รวมถึงมีการก่อสร้างบนพื้นถนนเป็นจำนวนมาก โดยคาดว่าการไปร่วมงานในครั้งนี้บริษัทจะได้กลุ่มลูกค้าในประเทศอินเดียและปากีสถานเพิ่มขึ้น

 

*เล็งเจาะลูกค้าใหม่เพิ่ม 15-20%

ขณะที่ปัจจุบันบริษัทตั้งเป้ามีอัตราการเติบโตของตลาดทั้งในและต่างประเทศที่ 15-20% ซึ่งสัดส่วนของรายได้ตลาดในประเทศอยู่ที่ 90% และต่างประเทศ 10% โดยในปีนี้บริษัทจะเข้าไปเจาะฐานลูกค้าใหม่ในต่างประเทศมากยิ่งขึ้น ซึ่งการเข้าไปเปิดตลาดใหม่นั้นจะมีการแข่งขันที่สูงแต่หากสามารถเข้าไปได้แล้วจะสามารถอยู่ได้ในระยะยาว

ปัจจุบันเราขายสินค้าอยู่แล้วในตะวันออกกลาง รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่า ลาว และก็ยังมีในประเทศสิงค์โปร์ มาเลเซีย ซึ่งในปีนี้จะขยายอัตราการเติบโตทั้งส่วนของตลาดในประเทศและต่างประเทศไว้ที่ 15-20% นายธีระศักดิ์กล่าว

สำหรับอัตรากำไรขั้นต้น (Margin) การขายในประเทศจะได้มากกว่า เพราะในต่างประเทศมีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะผู้ค้าจากประเทศจีน ซึ่งทำราคาอยู่ในระดับต่ำแต่ถ้าบริษัทสามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูงก็จะต้องแข่งขันกับแถบยุโรป ซึ่งปัจจุบันบริษัทผลิตสินค้าคุณภาพระดับกลางเพื่อให้สามารถแข่งขันได้ และเพิ่มกำลังการผลิตให้มากขึ้น เพื่อให้เท่าเทียมกับคู่แข่งซึ่งจะทำให้ต้นทุนต่ำลงและสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้

นายธีระชัย ประสิทธิ์รัตนพร กรรมการผู้จัดการ TMI กล่าวว่า บริษัทมีแผนที่จะเน้นตลาดต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดเอเชียใต้และอินโดนีเซีย ซึ่งจำทำให้สัดส่วนการส่งออกปีนี้อยู่ที่ 10% และ 90% เป็นยอดขายในประเทศ แม้จะเน้นการเติบโตในต่างประเทศ แต่บริษัทยังให้ความสำคัญตลาดในประเทศมากกว่า

ขณะเดียวกัน บริษัทจะเริ่มเจาะลูกค้าภาคราชการมากขึ้น โดยคาดว่าในไตรมาส 3/2553 นี้จะเริ่มเห็นการเข้าไปประมูลงานมูลค่ามากกว่า 10 ล้านบาท การประมูลงานดังกล่าวจะเป็นงานแรกของบริษัท

 

*คาดรายได้ทั้งปีโต 17-20%

สำหรับรายได้ในปีนี้จะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 17-20% จากปีก่อนที่มีรายได้ 300 ล้านบาท เนื่องจากสินค้าที่บริษัทจำหน่ายยังมียอดขายที่ดี ทั้งบัลลาสต์ และหม้อแปลงไฟฟ้าที่ทำรายได้หลักในสัดส่วน63.08% ในปีนี้

รวมทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์หลอดไฟฟ้า ซึ่งในปีนี้บริษัทจะเริ่มผลิตเอง หลังจากนำเข้าเครื่องจักรมาแล้ว เหลือเพียงรอสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) โดยบริษัทมีแผนจะลงทุนผลิตหลอดไฟฟ้าแบบตะเกียบในช่วงไตรมาส 4/2553 ภายใต้ยอดขายที่ 5 แสนดวงต่อเดือน จากปัจจุบันที่บริษัทมียอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องที่ 1 แสนดวงต่อเดือนเนื่องจากความต้องการใช้หลอดตะเกียบสูง เพราะเป็นหลอดไฟถนนสายตาและประหยัดไฟคาดว่าจะใช้เงินลงทุน 15 ล้านบาท

ส่วนการจ่ายเงินปันผลจะมีการประชุมคณะกรรมการในเดือนมิถุนายนนี้ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีกำไรสะสมในปีที่ผ่านมาประมาณ 24 ล้านบาท โดยบริษัทมีนโยบายจ่ายปันผลในอัตรา 40% ของกำไรสุทธิ.

 

ที่มา : นสพ.ทันหุ้น
วันที่: 11 มิถุนายน 2553
ฉบับที่: 15
Last Updated on Wednesday, 16 June 2010 11:41