logo

.
Home แนวโน้มผลการดำเนินงานของ TMI ในปี 2563
Print E-mail
Wednesday, 11 November 2020 00:00

แนวโน้มผลการดำเนินงานของ TMI ในปี 2563

: นายธีระชัย ประสิทธิ์รัตนพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธีระมงคล อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TMI เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 2563 จะฟื้นตัวดีขึ้นจากปี 2562 ที่มีรายได้รวมที่ 394.25 ล้านบาท และมีผลขาดทุนที่ 8.38 ล้านบาท โดยแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 จะฟื้นตัวขึ้นจากช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทมีรายได้รวมแล้วที่ 206.44 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิที่ 1.47 ล้านบาท จากความเสถียรของธุรกิจไฟฟ้า และการฟื้นตัวของธุรกิจเดิม (ธุรกิจแสงสว่าง) ที่มีคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) เข้ามาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ หากผลประกอบการของบริษัทมีกำไรบริษัทมีความตั้งใจที่จะจ่ายปันผลให้กับนักลงทุนทันที เพื่อจะแสดงให้นักลงทุนเห็นว่า TMI ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และกำลังจะเดินหน้าเข้าสู่ธุรกิจพลังงาน เพื่อจะทำให้มีกำไรมีความสม่ำเสมอ ซึ่ง ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2563 บริษัทมีกำไรสะสมอยู่ที่ 0.07 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การจ่ายเงินปันผลจะต้องได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) และที่ประชุมผู้ถือหุ้นก่อน ซึ่งหากบริษัทมีความจำเป็นต้องใช้เงินจะมีการพิจาณาอีกครั้ง 
?ผลประกอบการของเราจะเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2/2563 เป็นต้นไป ซึ่งเราได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ปัจจุบัน TMI อยู่ในช่วงขาขึ้น โดยธุรกิจเดิม (แสงสว่าง) ยังคงเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ธุรกิจใหม่ (พลังงานทดแทน) ก็เริ่มสร้างผลตอบแทนที่เพิ่มขี้น ซึ่งเราจะมีการประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) เพื่ออนุมัติงบไตรมาส 3/2563 ในวันที่ 13 พฤศจิกายนนี้? นายธีระชัย กล่าว 
 
สำหรับธุรกิจเดิม (แสงสว่าง) ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แม้จะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ด้วยนโยบายของภาครัฐที่ส่งเสริมให้ใช้สินค้าไทยมากขึ้น ทำให้ TMI ซึ่งเป็นผู้ผลิตสินค้าไทยได้รับการตอบสนองที่ดีจากโครงการต่างๆ ของภาครัฐ และได้นำสินค้าเข้าไปขายให้กับโครงการของภาครัฐเพิ่มขึ้น จึงทำให้ภาพรวมธุรกิจแสงสว่างของ TMI ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง
 
ส่วนธุรกิจพลังงานทดแทน บริษัทมีความชำนาญในการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าประเภทก๊าซชีวภาพ ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้มีการขยายอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดด และมีความสมำเสมอของรายได้ โดยปัจจุบันมีการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (Commercial Operation Date : COD) แล้ว จำนวน 1 โรง ขนาดกำลังการผลิตที่ 1.4 เมกะวัตต์ และภายในปี 2563 จะ COD เพิ่มอีก 1 โรง (เป็นโรงไฟฟ้าแห่งที่ 2) ขนาดกำลังการผลิตที่ 1 เมกะวัตต์ 
 
โดยโรงไฟฟ้าแห่งที่ 2 ดำเนินการภายใต้บริษัท ธีระมงคล เอนเนอร์ยี่ จำกัด หรือ TME ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ TMI โดยได้เข้าลงทุนก่อสร้างและปรับปรุงโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพ ขนาดกำลังการผลิต 0.99 เมกะวัตต์ (MW) ตั้งอยู่ที่อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเป็นของบริษัท กรีนเอิร์ธ เอ็นเนอร์จี จำกัด หรือ GEE ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ TME ในการเข้าไปลงทุนก่อสร้างและปรับปรุงโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพครั้งนี้ 
 
นายธีระชัย กล่าวอีกว่า บริบริษัทตั้งเป้าหมายในช่วง 3-5 ปีจากนี้ (ปี 2564-2568) จะมีขนาดกำลังการผลิต COD ไฟ้ฟ้าประเภทก๊าซชีวภาพรวมประมาณ 20-30 เมกะวัตต์ โดยในช่วงที่เหลือของปี 2563 บริษัทมีแผนจะ COD โรงไฟฟ้าแห่งที่ 2 ตั้งอยู่ที่บ้านแพ้ว ขนาดกำลังการผลิต 0.99 เมกะวัตต์ และในปี 2564 บริษัทตั้งเป้าหมายขยายกำลังการผลิต (COD) ให้ครบ 7 เมกะวัตต์ ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาพื้นที่ลงทุนโรงไฟฟ้าแห่งที่ 3 ซึ่งจะต้องตั้งอยู่ใกล้แหล่งวัตถุดิบ คาดจะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้ เบื้องต้นคาดใช้งบลงทุนประมาณ 120-150 ล้านบาท 
 
โดยสัดส่วนรายได้ในปี 2563 จะมาจากธุรกิจเดิม (แสงสว่าง) ประมาณ 80% และมาจากธุรกิจพลังงานทดแทน ประมาณ 20% และในปี 2564 หลังจาก COD โรงไฟฟ้าแห่งที่ 3 สัดส่วนรายได้จากธุรกิจพลังงานทดแทนจะเพิ่มเป็น 40% ส่วนรายได้จากธุรกิจแสงสว่างจะลดลงเหลือ 60% ในขณะที่สัดส่วนกำไรหลังจาก COD โรงไฟฟ้าแห่งที่ 3 จะมาจากธุรกิจพลังงานทดแทน ประมาณ 75% และมีสัดส่วนกำไรจากธุรกิจเดิมที่ ประมาณ 25% และจะเปลี่ยนกลุ่มเทรดไปอยู่ในกลุ่มพลังงาน จากปัจจุบันที่เทรดในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม 
 
อย่างไรตาม แม้ปัจจุบันบริษัทมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าในมือแล้ว 5.4 เมกะวัตต์ แต่ทางบริษัทก็ยังหาทางขยายการขอใบอนุญาตเพิ่ม แม้ว่าธรุกิจพลังงานทดแทนประเภทก๊าซชีวภาพเป็นธุรกิจที่ทำยาก แต่ TMI มีจุดแข็ง คือการที่บริษัทเติบโตมาจากโรงงานผลิตสินค้าอุตสาหกรรม จึงมีความถนัดในการลงรายละเอียดในทุกขั้นตอน และการควบคุมปริมาณก๊าซให้ได้ เพื่อจะผลิตให้ไฟสามารถจ่ายออกมาได้ตลอด 24 ชั่วโมง 
 
โรงไฟฟ้าแห่งที่ 2 และ 3 เป็นการลงทุนร่วมทุนกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญ มีความรู้ และความชำนาญในเรื่องของเทคโนโลยีด้าน Biogas จากต่างประเทศ TMI จึงมั่นใจว่าการขยายไปสู่ธุรกิจพลังงานประเภทดังกล่าวจะมีความมั่นคงและต่อเนื่องในอนาคต อีกทั้ง ไฟฟ้าของเราได้จำหน่ายให้กับภาครัฐ ซึ่งมีความแน่นอน ด้วยการจำหน่ายทั้งแบบฟีดอินทารีฟ (Feed in Tariff) และแอดเดอร์ (Adder) ตามเงื่อนไขของแต่โครงการ? นายธีระชัย กล่าว 
 
ด้านการลงทุนในพลังงานทดแทนประเภทก๊าซชีวภาพ (Biogas) ขนาด 1 เมกะวัตต์ จะใช้งบลงทุนประมาณไม่เกิน 60 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีแหล่งเงินทุนที่เพียงพอต่อการขยายในอนาคต เพราะมีการว่างแผนทางการเงินที่ดี รองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคตแล้ว

 

 
bottom

Copyright © 2010.TEERA-MONGKOL INDUSTRY PUBLIC CO,.LTD.